อย่างนี้ท้อแท้/แพ้ได้อย่างไร
หลายวันมาแล้วมีโอกาสได้อ่านหนังสือธรรมใกล้ตัวของคุณดังตฤณ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสถิติการฆ่าตัวตายของคนในสังคมปัจจุบันแม้มีอัตราที่ลดลง แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ น่าสงสารคนที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัว คิดว่าการฆ่าตัวตายหนีปัญหาเพื่อไปพบกับสุขคติในภพหน้า ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ การฆ่าตัวตายถือว่าเป็นการทำบาปกรรมให้กับตัวเองอย่างแสนสาหัสแทนที่จะพบสุขคติกับต้องพบกับความทุกข์ยิ่งกว่า เป็นการหอบเอาทุกข์กายทุกข์ใจติดตัวไปในชาติภพใหม่อีกด้วย ก่อนที่คนเราจะติดสินใจหนีทุกข์อย่างแล้วเจอทุกข์ยิ่งกว่า ลองไปดูชีวิตของเด็กน้อยสองคนที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเคยทำบาปกรรมอะไรไว้เมื่อชาติที่แล้ว ชาตินี้เขาถึงได้เจอสภาพอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้
????????? ?น้องกัน กับน้องกี้ เป็นเด็กชายสองพี่น้องวัย ๑๕ และ ๑๑ ปี ที่เป็นเด็กพิเศษค่ะ
เขาสองคนมีร่างกายที่ดูเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อันเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมโดยกำเนิด
คุณหมอเรียกมันว่า เมตาโบลิก คือจะมีสารตัวหนึ่งเกาะอยู่ตามกระดูกตามข้อ
และเมื่ออายุมากขึ้น ๆ มันก็จะค่อย ๆ ลามทำลายส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
วันนี้ น้องกัน คนพี่ เริ่มเดินไม่ได้แล้ว สายตาเริ่มฝ้าฟาง มองอะไรไม่เห็น พูดก็เหนื่อย
เสียงเริ่มแหบเบา หูเริ่มไม่ค่อยได้ยิน เพราะเจ้าสารตัวร้ายนี้เริ่มลามไปตามอวัยวะต่าง ๆ
ส่วนน้องกี้คนน้อง ตอนนี้ยังเดินได้ แต่ไม่นาน เขาก็จะเป็นแบบพี่ของเขาด้วยโรคเดียวกัน
แต่ความน่ารักในภาพที่เห็นก็คือ น้องกัน และน้องกี้ เป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มง่ายค่ะ
อาจด้วยพ่อแม่ที่ไม่เคยทอดทิ้ง และดูแลพวกเขาด้วยความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขจริง ๆ
สิ่งที่รายการนำเสนอในช่วงนี้คือ การจัดสรร “ความสุข” ให้ตามที่คนทางบ้านขอมา
และวันนั้น คนที่ขอมาก็คือคุณแม่ของน้องทั้งสองที่อยากจะส่งมอบความสุขให้กับลูก ๆ
ความสุขของน้องกี้ คืออยากไปดรีมเวิลด์ แต่ความสุขของน้องกัน… เขาอยากไปวัดค่ะ
แม่ของน้องกันเล่าให้ฟังว่า [...]


